การปฐมพยาบาลผู้ป่วย จมน้ำ (Drowning)


external image 191059.jpg

จมน้ำ (Drowning)

หมายถึง การตายเนื่องจากการสำลักน้ำที่จมเข้าไปในปอดทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

ข้อพึงระวัง

  • ส่วนใหญ่ผู้ที่จมน้ำมักจะจมในบริเวณที่ยังสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยไม่ห่างออกไปมากนัก การรีบให้ความช่วยเหลือจะสามารถช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้
  • คนที่กำลังจมน้ำโดยปกติมักจะไม่สามารถตะโกนขอความช่วยเหลือได้ ดังนั้นให้หูตาไวสักนิดหนึ่งครับ คอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
  • ถ้าพบเห็นผู้ที่กำลังอยู่ในน้ำโดยที่สวมเสื้อผ้าครบ ให้สงสัยไว้ก่อนครับว่าจะเป็นอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในน้ำ เพราะว่าถ้าเล่นน้ำโดยที่สวมเสื้อผ้าครบ จะหนัก และเคลื่อนไหวลำบากระหว่างที่อยู่ในน้ำ
  • เด็กเล็กๆสามารถจมน้ำได้แม้มีความสูงของน้ำเพียงแค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น อย่าทิ้งเด็กไว้ในอ่างอาบน้ำ หรือทิ้งเด็กไว้ข้างกาละมังน้ำ เพราะเด็กสามารถจมน้ำได้เพียงแค่หัวเด็กจุ่มลงไปในน้ำเท่านั้น
  • ถ้าจมในน้ำเย็นจัด ก็อาจจะสามารถช่วยฟื้นคืนชีวิตได้ครับ แม้เวลาผ่านไปนาน

the-than69[1].gif

สาเหตุ

  • ทิ้งเด็กไว้โดยไม่มีผู้ดูแล ในอ่างอาบน้ำ หรือสระน้ำ อย่าลืมว่าแค่เด็กเอาศีรษะคว่ำหน้าลงไปในน้ำก็จมน้ำได้แล้วครับ แม้มีความสูงของระดับน้ำเพียงแค่ไม่กี่นิ้วเท่านั้น
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล ระหว่างที่กำลังอยู่ในเรือ หรือว่ายน้ำ
  • ว่ายน้ำไม่เป็น
  • ชักระหว่างที่อยู่ขอบสระ หรืออยู่ในน้ำ
  • พยายามฆ่าตัวตาย
  • อุบัติเหตุพลัดตกลงไปในน้ำ

อาการหลังจากที่จมน้ำ

โดยทั่วไป เมื่อนำผู้จมน้ำขึ้นมาจากน้ำ มักจะพบว่ามีฟองน้ำลายรอบบริเวณริมฝีปากและรูจมูก หายใจช้าลง ชีพจรเบาคลำไม่ชัดเจน ซีด หมดสติ
  • ท้องอืด
  • ผิวหนังเขียว ซีด โดยเฉพาะริมฝีปาก และปลายมือปลายเท้า
  • สับสน
  • ไอ เสมหะเป็นฟอง คล้ายมีเลือดปน
  • ไม่หายใจ
  • กระสับกระส่าย
  • สับสน
  • ซึม
21[1].gif
1090.jpg

การช่วยเหลือคนที่จมน้ำอย่างถูกต้องก่อนส่งไปโรงพยาบาล มีผลต่อความเป็นความตายของผู้ป่วย
มาก ควรแนะนำวิธีปฐมพยาบาลดังนี้

1. ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทำการเป่าปาก ช่วยหายใจทันที อย่ามัวเสียเวลาในการพยายามเอาน้ำออกจาก
ปอดของผู้ป่วย (เช่น การจับแบก พาดบ่า) หรือทำการผายปอดด้วยวิธีอื่น เพราะจะไม่ทันกาลและไม่ได้ผล ถ้าเป็นไปได้ ควรลงมือเป่าปาก ตั้งแต่ก่อนขึ้นฝั่ง เช่น หลังจากพาขึ้นบนเรือ หรือพาเข้าที่ตื้น ๆ ได้ แล้ว เมื่อขึ้นบนฝั่งแล้ว ให้ทำการผายปอดด้วยการเป่าปากต่อไป จนกว่าผู้ป่วยจะหายใจได้เอง หรือพา
ไปส่งถึงโรงพยาบาลแล้ว วิธีการเป่าปากโดยละเอียด ดูใน "โรคที่ 75 หมดสติ"
เมื่อเริ่มเป่าปากสักพัก ถ้าหากรู้สึกว่าลมเข้าปอดได้ไม่เต็มที่เนื่องจากมีน้ำอยู่เต็มท้อง อาจจับผู้ป่วยนอนคว่ำ แล้วใช้มือ 2 ข้าง วางอยู่ใต้ท้องผู้ป่วย ยกท้องผู้ป่วยขึ้นจะช่วยไล่น้ำออกจากท้องให้ไหลออกทางปากได้
แล้วจับผู้ป่วยพลิกหงาย และทำการเป่าปากต่อไป
2. ถ้าคลำชีพจรไม่ได้ หรือหัวใจหยุดเต้น ให้ทำการนวดหัวใจทันที
3. ถ้าผู้ป่วยยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง และศีรษะ หงายไปข้างหลัง เพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น อย่าให้ผู้ป่วยกินอาหารและดื่มน้ำทางปาก
4. ควรส่งผู้ป่วยที่จมน้ำไม่ว่าจะมีอาการหนักเบาเพียงใด ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกรายในรายที่หมดสติและหยุดหายใจ ควรผายปอด
ด้วยวิธีเป่าปากไปตลอดทาง อย่าเพิ่งรู้สึกหมดหวัง
แล้วหยุดให้การช่วยเหลือ (เคยพบว่า การเป่าปากนานเป็นชั่วโมง ๆ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยรอดและ หายขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจมน้ำที่มีความเย็น