การปฐมพยาบาลผู้มีไข้



external image a2b9de0ccfc9f68ea4c421f36f1bb87c.jpg the-than46.gif

อาการไข้

หมายถึง การที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินกว่าระดับปกติ ในผู้ใหญ่สูงกว่า 37.6 องศาเซลเซียส หรือ 99.7 องศาฟาเรนไฮต์ โดยวัดทางปาก หรือในเด็กสูงกว่า 37.8 องศาเซลเซียส หรือ 100 องศาฟาเรนไฮต์ โดยการวัดทางทวารหนักในเด็กเล็ก ถ้าวัดทางรักแร้ค่าที่ได้จะน้อยกว่าความเป็นจริง ต้องบวกเพิ่มอีก 0.5 องศาเซลเซียส เช่น ถ้าวัดได้อุณหภูมิ 37.2 องศาเซลเซียส ต้องเพิ่มอีก 0.5 องศาเซลเซียส เป็น 37.7 องศาเซลเซียส

การวัดปรอทให้ถูกวิธี
ก่อนวัดปรอททุกครั้ง ต้องสลัดปรอทให้อยู่ต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส หรือ 95 องศาฟาเรนไฮต์
การวัดทางปาก อมปรอทไว้ใต้ลิ้น ปิดปากสนิท ทิ้งไว้เป็นเวลา 1-2 นาที ไม่ควรวัดหลังดื่มน้ำร้อนหรือดื่มน้ำเย็นใหม่ๆ ควรรออย่างน้อย 15 นาที จึงจะเริ่มวัด
การวัดทางทวารหนัก มักใช้ในเด็กเล็ก หรือทารกแรกเกิด โดยนำปรอทสอดเข้าทวารหนักลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร ใช้มือผู้วัดจับขาเด็กทั้งสองข้างขึ้น วัดนาน 1-2 นาที
การวัดทางรักแร้ กระเปาะปรอทต้องอยู่ด้านในบริเวณกลางรักแร้ ทิ้งนาน 3-5 นาที

เมื่อมีไข้ บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดตามตัว หรือหนาวสั่นร่วมด้วย อ่อนเพลีย ซึม ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี อาจมีอาการชักได้ เมื่อมีไข้สูงหรือมีประวัติเคยชักมาก่อน จึงต้องทำการปฐมพยาบาลเพื่อลดไข้

การปฐมพยาบาลเพื่อลดไข้
ควรปฏิบัติดังนี้
1. เช็ดตัวลดไข้อย่างน้อย 15-20 นาที โดยใช้น้ำอุ่น เพราะช่วยให้ผิวหนังระบายความร้อนได้ดี และป้องกันการหนาวสั่นระหว่างเช็ดตัว ถ้ามีอาการปวดศีรษะด้วย ให้ใช้กระเป๋าน้ำแข็งประคบบริเวณศีรษะและหน้าผาก
2. ให้ดื่มน้ำมากๆ ประมาณ 2,500 – 3,000 มิลลิลิตร/วัน ยกเว้นในระยะที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ
3. ให้ยาลดไข้ตามความเหมาะสม เช่น ในเด็กให้ยาพาราเซตามอลชนิดน้ำเชื่อม ขนาดตามอายุของเด็ก ผู้ใหญ่ให้ยาพาราเซตามอลชนิดเม็ด (500 มิลลิกรัม) 1-2 เม็ด
4. ให้อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้พลังงานสูงและย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เป็นต้น
5. ให้นอนพักมากๆ ในห้องที่มีอุณหภูมิไม่สูง อากาศถ่ายเทได้สะดวกและอากาศบริสุทธิ์เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ลดกิจกรรมที่ใช้พลังงานลง เป็นการลดการให้ออกซิเจนการเผาผลาญอาหารของร่างกาย
6. สังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น สีผิวหนัง อาการหนาวสั่น เพ้อ ชัก เพื่อรีบช่วยเหลือได้ทัน


the-than69[2].gif

น้ำที่ใช้ในการเช็ดตัวลดไข้


1. น้ำธรรมดา อุณหภูมิ 30-37 องศาเซลเซียส ใช้เช็ดตัวลดไข้ทั่วไปและไม่มีอาการหนาวสั่น
2. น้ำอุ่น อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ใช้เช็ดตัวลดไข้ในเด็กหรือผู้ที่มีไข้ร่วมกับอาการหนาวสั่น
3. น้ำเย็น อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส ใช้เช็ดตัวลดไข้ ในกรณีที่มีไข้สูง
4. น้ำผสมแอลกอฮอล์ใช้แอลกอฮอล์ 1 ส่วน ผสมกับน้ำธรรมดาหรือน้ำแข็ง 3 ส่วน ใช้เช็ดตัวลดไข้ในกรณีมีไข้สูงมากๆ และอาจเกิดอาการชักได้ง่าย


12424744011242548353l.jpg




วิธีการเช็ดตัวลดไข้


1. เตรียมน้ำสำหรับเช็ดตัว โดยเตรียมผ้าอย่างน้อย 2 ผืน พร้อมแจ้งผู้ป่วยทราบ
2. ห่มผ้าให้ผู้ป่วย และถอดเสื้อผ้าออก
3. ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆ ลูบที่ใบหน้าให้ทั่ว วางผ้าที่ซอกคอ เปลี่ยนผ้าถูตัวชุบน้ำบ่อยๆ ลูบซ้ำ 3-4 ครั้ง เพราะบริเวณคอเป็นที่รวมของหลอดเลือดและความร้อน ช่วยให้ความร้อนถ่ายเทได้ดี ถ้ามีอาการหนาวสั่นควรหยุดเช็ดตัว
4. ในเด็กโต วางกระเป๋าน้ำแข็งที่ศีรษะเพื่อให้เกิดความสบายและลดความร้อน
5. ใช้ผ้าชุบน้ำลูบบริเวณอก พักไว้สักครู่ แล้วเปลี่ยนผ้าใหม่ เพื่อให้ความร้อนถ่ายเทได้ดี
6. ใช้ผ้าชุบน้ำลูบแขนทีละข้าง โดยลูบจากปลายแขนเข้าหาหัวใจ พักไว้ที่ข้อพับ รักแร้ สักครู่ และให้ผู้ป่วยกำผ้าไว้ ทำซ้ำ 2 - 3 ครั้ง
7. ลูบบริเวณขาทีละข้าง โดยลูบจากปลายขาเข้าหาหัวใจ พักไว้ที่ข้อพับใต้เข่า ฝ่าเท้า ทำซ้ำๆ 2–3 ครั้ง
8.. ลูบบริเวณด้านหลัง โดยให้ผู้ป่วยนอนตะแคงตัว เริ่มจากบริเวณต้นคอเข้าหาหัวใจ แล้วเช็ดตัวให้แห้ง ทาแป้งเพื่อความสุขสบาย ใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาหลังจากนั้น 20 - 30 นาที ควรจะวัดอุณหภูมิของร่างกายว่าไข้ลดลงหรือไม่21[1].gif